โบท็อกคืออะไร? ช่วยอะไรบ้าง และควรรู้อะไรก่อนฉีด
โบท็อกคืออะไร? โบท็อกเป็นชื่อที่คนทั่วไปนิยมใช้เรียกสารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin) ซึ่งออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางส่วนชั่วคราว ในด้านความงามนิยมใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว และรอยตีนกา นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาใช้เพื่อปรับรูปลักษณ์ของกล้ามเนื้อบางบริเวณตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
โบท็อกช่วยอะไรได้บ้าง?
โบท็อกสามารถช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบางส่วน จึงอาจช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับใบหน้าดูจางลง เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก รอยระหว่างคิ้ว และรอยบริเวณหางตา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งที่รักษา และการประเมินของแพทย์
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้โบท็อกบริเวณกล้ามเนื้อกรามเพื่อช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อที่เด่นชัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และความเหมาะสมแตกต่างกันไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ผลเหมือนกัน
ฉีดโบท็อกเห็นผลเมื่อไหร่?
หลังฉีดโบท็อก ผลไม่ได้เกิดขึ้นทันที โดยทั่วไปอาจเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่วัน และผลจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
โบท็อกอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลของโบท็อกเป็นผลชั่วคราว โดยมักอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน และอาจแตกต่างกันตามบริเวณที่รักษา ชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล เมื่อฤทธิ์ยาลดลง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดซ้ำทุกครั้ง
มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?
หลังฉีดอาจพบอาการปวด บวม แดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดได้ชั่วคราว บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ หนังตาตก หรือกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงอ่อนแรง หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น กลืนลำบาก พูดลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ก่อนรับบริการ ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ การแพ้ยา และการรักษาที่เคยได้รับ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
สรุป: ก่อนฉีดโบท็อกควรปรึกษาแพทย์
โบท็อกอาจช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและปรับรูปลักษณ์ของกล้ามเนื้อบางบริเวณได้ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนกันทุกคน การประเมินโดยแพทย์ช่วยให้เข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับความต้องการและสุขภาพของแต่ละบุคคลอก เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท ช่วยยับยั้งสารสื่อประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ในอดีตจึงมีการใช้โบทูลินัม ท็อกซินรักษาโรคบางชนิด เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กล้ามเนื้อบิดเกร็ง ปวดศีรษะรุนแรง ตาเข ตาเหล่ เป็นต้น
ซึ่งในด้านความงามนั้น ด้วยประโยชน์ของโบทูลินัม ท็อกซินในการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำให้ถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาริ้วรอยอย่างแพร่หลาย เมื่อฉีดโบทูลินัม ท็อกซินเข้าที่กล้ามเนื้อมัดเล็กบริเวณใบหน้า ริ้วรอยบริเวณใบหน้าจะคลายตัวลง ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง ทำให้หน้าได้รูปและมีผิวเรียบเนียน โดยไม่ทำลายกล้ามเนื้อและรับความรู้สึกต่าง ๆ ได้เป็นปกติ
การฉีดโบทูลินัม ท็อกซินในแต่ละครั้งจะเห็นผลเริ่มชัดขึ้นภายใน 3 – 5 วัน และเห็นผลชัดเจนหลังฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ โดยจะออกฤทธิ์นานประมาณ 4 – 6 เดือน หลังจากนั้นอาจต้องฉีดซ้ำ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
ฉีดโบท็อก ช่วยอะไรได้บ้าง
การที่โบท็อก (Botox) เป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยม เนื่องจากการฉีดโบท็อกนั้นมีประโยชน์มากมายในการเสริมความงามและปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด มีความสะดวก โดยการฉีดโบท็อกนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาบนใบหน้าได้หลายอย่าง ดังนี้
- ช่วยในการลดเลือนริ้วรอย รอยย่นต่างๆ บนใบหน้า
- ช่วยในการปรับรูปหน้า ให้หน้าเล็กและเรียวขึ้น ช่วยลดกรามหรือหน้าเหลี่ยมได้
- ช่วยให้ใบหน้ากระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น
- ช่วยในการรักษาอาการปวดได้ เช่น อาการปวดหลัง ปวดไมเกรน ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน
โบท็อก ฉีดตรงไหนได้บ้าง ?
- หน้าผาก
- หางตา
- หว่างคิ้ว
- ร่องแก้ม
- ร่องใต้ตา
- แก้ไขรูปหน้า ทำหน้า V Shape
หลังฉีดโบท็อกควรดูแลตัวเองอย่างไร?
พอฉีดโบท็อกเสร็จเรียบร้อยแล้ว การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะหากละเลย ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาทีหลังได้ ในทางกลับกันถ้าดูแลตัวเองได้ดี โบท็อกก็จะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีข้อแนะนำ เช่น
- งดการนอนราบ 3 – 4 ชั่วโมงหลังฉีด
- งดการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อกไปยังส่วนที่ไม่ต้องการ
- งดการแต่งหน้าหลังฉีดโบท็อกภายในวันที่ฉีด แต่สามารถแต่งหน้าได้ในวันถัดไป
- หลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่ร้อน อาทิ การแช่น้ำอุ่น ซาวน่า การอบไอน้ำ หรือเลเซอร์หลังฉีด 2 – 4 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงหรืองดการสูบบุหรี่ เนื่องจากจะทำให้โบท็อกสลายไวกว่าปกติ
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองและอาหารที่มีรสเผ็ดจัด
- ควรมาพบแพทย์ตามนัดเสมอ ในกรณีที่มีนัดติดตามผล https://blissoclinic.com/

